ไขความลับน่ารู้ที่ซ่อนอยู่ในสารสกัดจากแอสทรากาลัส

0
66

สำหรับใครที่สนใจในเรื่องของการดูแลตัวเองและกำลังมองหาอาหารเสริมที่ช่วยชะลอวัยพร้อมฟื้นฟูร่างกายให้สดใส ขอแนะนำให้รู้จักกับสารสกัดจากแอสทรากาลัส ซึ่งเป็นสารสกัดสมุนไพรสารพัดประโยชน์ที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายและมีการใช้งานมาอย่างยาวนาน หากใครที่เริ่มสนใจแล้วว่าสารสกัดนี้มีประโยชน์อย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

สารสกัดจากแอสทรากาลัส

สารสกัดจากแอสทรากาลัส คืออะไร

สารสกัดจากแอสทรากาลัส (Astragalus Extract) เป็นที่รู้จักอีกชื่อว่าหวงฉี (Huang Qi) ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ชาวจีนรู้จักและใช้มาอย่างยาวนาน เป็นเวลานานกว่าพันปี โดยปกติแล้วสมุนไพรชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดมาจากทางเหนือ นิยมใช้ส่วนรากมาเป็นยาสมุนไพร ซึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นของสารสกัดจากแอสทรากาลัสนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาอาการหวัด ภูมิแพ้ ปวดเมื่อยร่างกาย ทั้งยังช่วยปรับสมดุลร่างกาย รักษาโรคเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นโรคไต โรคเบาหวาน หรือโรคติดเชื้อหลากหลายชนิด สามารถนำมาใช้ได้หลากหลายรูปแบบ ไว่าจะนำมาตำเป็นยา หรือนำมาทาที่ผิวเพื่อเร่งให้แผลหายไว

รู้จักประโยชน์ของสารสกัดจากแอสทรากาลัส 

  • ช่วยยืดความยาวของเทโลเมียร์ 

เทโลเมียร์ (Telomere) คือ ปลายสายของดีเอ็นเอ ทำหน้าที่ช่วยปกป้องสายดีเอ็นเอไม่ให้ถูกทำลายไปก่อนเวลาอันควร เพราะหากเทโลเมียร์หดสั้นลงผิดปกติ จะทำให้เราเผชิญกับอาการเจ็บป่วยได้ไวกว่าปกติ และยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง โรคอัลไซเมอร์ หลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน และอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งการทานสารสกัดจากแอสทรากาลัสนั้น จะเข้ามาช่วยยืดความยาวของเทโลเมียร์ ทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน และป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย 

  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง

นอกจากทำหน้าที่ปกป้องเทโลเมียร์ที่อยู่ในดีเอ็นเอแล้ว สารสกัดจากแอสทรากาลัสยังทำหน้าที่ข่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังอีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้ผิวพรรณดูเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และเปล่งปลั่ง ดังนั้นหากใครที่อยากจะให้ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์และสดใส ก็สามารถมองหาสารสกัดชนิดนี้มาทานเป็นอาหารเสริมเพื่อดูแลตัวเองได้เช่นกัน

  • ยับยั้งความเสื่อมของร่างกาย

อย่างที่เราได้แนะนำไปแล้วว่าสารสกัดจากแอสทรากาลัสนั้นช่วยยับยั้งความเสื่อมของร่างกาย ด้วยการยับยั้งการเกิด AGEs ซึ่งสารชนิดนี้เป็นสารที่ทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพ และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเบาหวาน โรคสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดแข็ง และโรคต้อกระจก หากใครที่กังวลกับโรคเหล่านี้ นอกจากการดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายและเลือกทานอาหารแล้ว เรายังสามารถทานอาหารเสริมเหล่านี้เพื่อช่วยป้องกันโรคได้อีกทางหนึ่ง

Previous articleแนะนำ 3 เมนูเด็ด! ทำเสร็จได้ด้วยเตาย่างไฟฟ้า
Next articleตอบชัด กินกลูต้าเยอะเป็นไรไหม หรือกินแค่ไหนถึงจะดี